วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

19 กันยา PHOTO.

ต่างมุมมอง แต่จุดมุ่งหมายเดียว

ฟ้ามักจะใส...ก่อนพายุใหญ่จะมา


เสด็จพ่อ สร้างบ้านไว้ แต่ ใครกันที่ทำลาย


แดดแรง แต่ ใจคนแรงกว่า
พายุใหญ่จะมา คนเสื้อแดงพร้อมสู้


ฟ้าหลังฝน เป็นเช่นไร



ประปราย เย็นใจ สบายกาย
เมื่อท้องฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ


จตุพร มาดเข้ม



















หมอเหวง มาดนิ่ม

ไป สี่เสา



เสธแดง.







พี่เต้น ปิดท้ายตลอด


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

19 กันยา. ใครมีกล้องขอให้ใช้ประโยนช์ให้เต็มที่กับภารกิจกระชากหน้ากากรัฐบาลโจร





บางครั้งในการชุมนุมขับไล่. เราก็มักจะต่อสู้ตากหลักการและวิธีเดิมๆ ซึ้งในอดีต ข้อมูลข่าวสารมักจะมา จาก สนพ. แต่ทุกคนรู้ดีว่าในปันจุบัน นักข่าวต่างๆหวังที่จะอยู่ดีกินดีโดยไม่นึกถึงจรรยาบรรณที่เคยร่ำเรียนมา

นี้คือภาพในอดีตที่ทุกคนไม่ลืมเลื่อน
และนี้ก็คือในปันจุบันซึ่งต่างจากภาำพในอดีตที่ ภาพใน
อดีตได้จากช่างภาพอาชีพ กับอีกภาพหนึ่งช่างภาพสมัครเล่น .
และที่แน่นอน
ผมถามว่าภาพเหตุการณ์ 13-14 เม.ย
ผู้สูญเสียวรีกรรมของคนเสื้อแดงหายไปไหนมีแต่ภาพที่เรากระทำล่วงเกิน
ฝ่ายรัฐบาลอย่างรุ่นแรงมีการตกแต่งต่อเติมให้เราดูน่ารังเกียจ ทั้งๆที่เราถูกกระทำเยี่ยงสัตว์

ผมจึงอยากให้พี่น้องของเราเปลี่ยนแนวการต่อสู้หรือพลิกแพลงซัก
นิดนะครับ


พูกง่ายๆ ถ้ามีเหตุการณ์สลายม๊อบสิ่งแรกที่ผมอยากให้คุณทำคือ หยิบอุปก
รณ์ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ ณ. ขนาดนั้นได้ โดยทันที่ พยามยามบันทึกในสิ่งที่เราถูกกระทำ เมื่อเห็นสมควรก็ควรหลบหลีกนะครับพยามยามอย่าอยู่เป็นเป้านิ่ง เคลื่อนที่อย่างว่องไว และ ใช้ึความช่างสังเกต
พยามยามจับภาพอยู่หลังที่กำบังเพื่อความ
ปลอดภัย..

นี้คือเหตุการณ์ที่มหาดไทยนะครับตอนนั้นผมได้ติดตามกลุ่มคนเสื้อแดง
เข้าไป สังเกตุได้จากทหารที่ถือปืนพร้อมกระสุนที่กล่าวอ้างว่าเป็นลูกซ้อม ซึ่งผมไม่เชื่อ ถ้าผมคาดไม่ผิดถ้ามีการสั้งลงมาจากรัฐบาลในตอนนั้นว่าให้จัดการเด็ดขาดรับรองเราอาจสูญเสียคนมากกว่านี้แน่ในมหาดไทยซึ่งคาดว่ามีคนของเราได้ถูกยิงและโดนลากหายเข้าไปในตึกครับ

นี้ก็เป็นข้อดีของการบันทึกภาพเหตุการณ์ สิ่งเปนสิ่งที่โต้แย้งได้จากคำพูดของรัฐบาล
จากภาพสิ่งที่การ์ดคนเสื้อแดงทำก็คือพยายามกันมวลชนให้ออกห่างจากรถเพื่อกันคนในรถถูกทำร้าย
ซึ่งในขนาดนั้นผมคิดว่าอารมณ์ของคนเสื้อแดงที่ถูกรังแกอย่างหนักหนาสาหัสจึงทำให้เกิดอาการ ฟิวขาด

จากบทความนี้ผมอยากบอกกล่าวทิ้งท้ายเลยนะครับว่าผมอยากให้พวกเราทุกคนต่อสู้ด้วยตามกำลังที่ตัวเองมีไม่ได้ให้ใครต้องไปซื้ออุปกรณ์ถ่ายรูปแ
ละอื่น
เราทุกคนมีหน้าที่ แต่คนละแบบแต่ที่เหมื่อนกันคือเรา สู้ด้วยใจ


วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

การแทรกแซงสื่อ ในอดีตกับปันจุบันไม่ต่างกัน


  1. หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในประเทศไทย ถูกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่เป็นเวลา 3 วัน (6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2516) หลังจากนั้นตลอดรัฐบาลธานินทร์ มีการสั่งปิดหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผล "โจมตีรัฐบาล" ในขณะที่หนังสือพิมพ์ที่ไม่โจมตีรัฐบาล เช่น ไทยรัฐ และ บางกอกโพสต์ สามารถดำเนินกิจการอย่างราบรื่น
    1. 11 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ปิดหนังสือพิมพ์ ดาวดารายุคสยาม รายวัน
    2. 10 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ปิดหนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์ ไม่มีกำหนด รวม 13 ฉบับ (ปิดตาย)
    3. 29 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ปิดหนังสือพิมพ์ ชาวไทย รายวัน 7 วัน ด้วยเหตุผล ลงข่าวเรื่อง ปลัดชลอ วนภูติ โกงอายุราชการ
    4. 14 มกราคม พ.ศ. 2520 ปิด เสียงปวงชน 3 วัน ด้วยเหตุผล พาดหัวข่าวไม่ตรงกับความจริง
    5. 18 มกราคม พ.ศ. 2520 ปิด ปฏิญญา รายปักษ์ ไม่มีกำหนดเพราะตีพิมพ์ข้อความอันมีลักษณะโฆษณาชวนเชื่อให้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์
    6. 20 มกราคม พ.ศ. 2520 ปิด แนวหน้าแห่งยุค เดลินิวส์ ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความที่ทำให้ต่างชาติอาจเข้าใจรัฐบาลไทยผิด
    7. 26 มกราคม พ.ศ. 2520 ปิด เดลิเมล์รายวัน ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากใบอนุญาตขาดการต่ออายุไปแล้ว
    8. 27 มกราคม พ.ศ. 2520 ปิด ดาวดารายุคสยาม ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความเป็นเท็จ
    9. 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ปิด บ้านเมือง 7 วัน ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความที่มีลักษณะกล่าวร้ายเสียดสีรัฐบาลไทย
    10. 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ปิด เด่นสยามรายวัน ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผล วิจารณ์การปิดเดลินิวส์
    11. 31 มีนาคม พ.ศ. 2520 ปิด ชาวไทย ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผล เขียนข้อความบิดเบือนความเป็นจริง
    12. 10 เมษายน พ.ศ. 2520 ปิด เดลิไทม์ ไม่มีกำหนด
    13. 12 เมษายน พ.ศ. 2520 ปิด บางกอกเดลิไทม์ ไม่มีกำหนด
    14. 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ปิด บูรพาไทม์ ยุคชาวสยาม ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผล กล่าวร้ายรัฐบาล กรณีใช้ ม.21 ประหารชีวิต พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ
    15. 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ยึดหนังสือ "เลือดล้างเลือด"
    16. 2 มิถุนายน พ.ศ. 2520 ปิด สยามรัฐ 7 วัน
    17. 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ปิด เสียงปวงชน ไม่มีกำหนด
    18. 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ปิด ยุคใหม่รายวัน ไม่มีกำหนด ที่ราชบุรี
    19. 8 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ปิด หลังเมืองสมัย ไทยเดลี่ 7 วัน จากการลงบทความ "รัฐบาลแบบไหน"
    20. 13 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เสียงปวงชน ถูกสั่งปิด จากบทความเรื่อง 'อธิปไตยของชาติ'

วันนี้ถือเปนอีกวันหนึ่งในอดีตที่บางคนอาจไม่ทราบ

กบฏทหารนอกราชการ หรือ กบฏ 9 กันยา เป็นการก่อกบฏเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2528 ของนายทหารนอกประจำการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยพันเอกมนูญ รูปขจร พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พลเอกเสริม ณ นคร พลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร่วมด้วยทหารประจำการอีกส่วนหนึ่ง และพลเรือนบางส่วนซึ่งเป็นผู้นำแรงงาน โดยได้ความสนับสนุนทางการเงินจากนายเอกยุทธ อัญชันบุตร การกบฎครั้งนี้พยายามจะยึดอำนาจการปกครองที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ กบฏครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปราชการที่ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในทวีปยุโรป

การก่อการเริ่มต้นเมื่อเวลา 3.00 น. โดยรถถังจำนวน 22 คัน จากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน.4 รอ.) พร้อมด้วยกำลังทหารกว่า 400 นาย จากกองกำลังทหารอากาศโยธิน เข้าควบคุมกองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และอ่านแถลงการณ์ของคณะปฏิวัติ ระบุนาม พลเอกเสริม ณ นคร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ

ในส่วนของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้นำกำลังทหารส่วนหนึ่ง และผู้นำสหภาพแรงงาน เข้าไปยึดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และควบคุมตัวนายพิเชษฐ สถิรชวาล ผู้อำนวยการ ขสมก. ในขณะนั้น เพื่อนำรถขนส่งมวลชนไปรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้ามาร่วมด้วย

ต่อมาทหารฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วยพลเอกเทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผบ.ทบ. รักษาการตำแหน่ง ผบ.ทบ. พลโทชวลิต ยงใจยุทธ รองเสนาธิการทหารบก, พลโทพิจิตร กุลละวณิชย์ ประสานกับฝ่ายรัฐบาลซึ่งพลเอกประจวบ สุนทรางกูร รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งกองอำนวยการฝ่ายต่อต้านขึ้นที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน และนำกองกำลังจาก พัน.1 ร.2 รอ. เข้าต่อต้าน และออกแถลงการณ์ตอบโต้ในนามของ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก กองกำลังหลักของฝ่ายรัฐบาลคุมกำลังโดยกลุ่มนายทหาร จปร. 5 ประกอบด้วย พลโทสุจินดา คราประยูร พลโทอิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโทเกษตร โรจนนิล

เมื่อเวลาประมาณ 9.50 น. รถถังของฝ่ายกบฏ ที่ตั้งอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เริ่มระดมยิงเสาอากาศวิทยุ และอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และยิงปืนกลเข้าไปในบริเวณวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมประมวลข่าวกลาง ทำให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเสียชีวิตสองคน คือ นายนีล เดวิส ชาวออสเตรเลีย และนายบิล แรตช์ ชาวอเมริกัน

ทั้งสองฝ่ายปะทะกันรุนแรงขึ้น และมีการเจรจาเมื่อเวลา 15.00 น. โดยพลโทพิจิตร กุลละวณิชย์ เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และพลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นตัวแทนฝ่ายกบฏ และทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ และถอนกำลังกลับที่ตั้งเมื่อเวลา 17.30 น.

ส่วนพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน แล้วเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ในคืนนั้น

เมื่อการกบฏล้มเหลว ผู้ก่อการ คือ พันเอกมนูญ รูปขจร และนาวาอากาศโทมนัส รูปขจร ได้ลี้ภัยไปสิงคโปร์และเดินทางไปอยู่ในประเทศเยอรมนีตะวันตก ส่วนคณะที่เหลือให้การว่าถูกบังคับจากคณะผู้ก่อการกบฏ มีผู้ถูกดำเนินคดี 39 คน หลบหนี 10 คน

มีข่าวลือเกี่ยวกับการยึดอำนาจครั้งนี้ว่า พันเอกมนูญ รูปขจร ทำหน้าที่เพียงเป็นหัวหอกออกมายึด เพื่อคอยกำลังเสริมของผู้มีอำนาจที่จะนำกำลังออกมาสมทบในภายหลัง และการกบฏครั้งนี้ล้มเหลวเนื่องจาก "นัดแล้วไม่มา"